วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หลักการทางโบราณคดีของการตั้งถิ่นฐานในสมัยเริ่มแรก



หลักฐานทางโบราณคดีของการตั้งถิ่นฐานในสมัยแรกเริ่มของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในประเทศไทยมีปรากฏตามถ้ำและเพิงหินต่างๆ เช่น ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดกระบี่ (ดู กรมศิลปากร ๒๕๓๑ : ๑-๑๒๐, นงพงา สุขวนิช ๒๕๒๗ : ๑-๑๖๐, Anderson ๑๙๘๘ : ๔๓-๖๐) ร่องรอยที่มนุษย์ในสมัยนั้นทิ้งไว้ให้นักโบราณคดีได้ศึกษา มีพวกเครื่องมือเครื่องใช้ ที่ทำด้วยหิน เช่น ขวานหินขัด และวัตถุอินทรีย์ เช่น กระดูกสัตว์ เปลือกปอย และไม้ นอกจากนี้ก็มีร่องรอยของกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งเถ้าถ่านที่แสดงถึงการใช้ไฟ การทำอาหาร และเศษขยะ เช่น กระดูกสัตว์ ก้างปลา เปลือกหอย และเมล็ดจากพืชและผลไม้ หลักฐานเหล่านี้ทำให้เราสามารถทราบถึงสภาพแวดล้อมในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ว่า มนุษย์ในสมัยแรกเริ่มนั้นออกแสวงหาและดัดแปลงทรัพยากรทางธรรมชาติและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างไรเพื่อการอยู่รอด
มนุษย์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้พัฒนาตัวเองในการใช้ประโยชน์จากวัสดุธรรมชาติมาช่วยในการทุ่นแรงและยังชีพ หลักฐาน ทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่า ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ช่วงหลังมนุษย์ได้พัฒนาตัวเองในการยังชีพ ทั้งทางด้านเทคโนโลยี สังคม และวัฒนธรรม ที่เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ไปสู่ความซับซ้อนที่มีมากขึ้นตามวิวัฒนาการทางวัตถุและความคิดของมนุษย์ มนุษย์ได้เรียนรู้เรื่องการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ มีความสามารถในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาจากดิน สามารถถลุงโลหะเพื่อผลิตเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับที่เป็นทองแดง สัมริด และเหล็กความรู้เหล่านี้ทำให้มนุษย์เข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัวเขาได้ดีขึ้นสามารถควบคุมสถานการณ์บางอย่างของธรรมชาติได้บ้าง เช่น การผลิตหรือหาอาหารเพื่อบริโภคแล้วมีเหลือพอที่จะเก็บสะสมไว้สำหรับวันอื่น ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงไม่จำเป็นที่ต้องเร่ร่อนอีกต่อไป เขาสามารถตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างค่อนข้างถาวรได้ ส่วนขนาดของกลุ่มก็มีการขยายใหญ่ขึ้นไปตามจำนวนของสมาชิกที่มีเพิ่มขึ้นภายในชุมชนนั้น ชุมชนแบบนี้ปรากฏอยู่ในภาคต่างๆ ของประเทศไทย (ดูกรมศิลปากร ๒๕๓๑ : ๑-๑๒๐ และพิสิฐ เจริญวงศ์ ๒๕๒๕ : ๔๙-๑๔๑)
หลังจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ตอนต้นเมื่อประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว มีการบันทึกเหตุการณ์โดยสังคมภายนอก (ตะวันตกและตะวันออก) ที่เขียนเกี่ยวกับดินแดนในประเทศไทย ต่อมาจึงเริ่มมีการจารึกเหตุการณ์ในประเทศไทย ในช่วงนี้เราจะเห็นรูปแบบของการตั้งถิ่นฐานนั้นได้เปลี่ยนไปจากการใช้ถ้ำและเพิงหินเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว มาเป็นการตั้งบ้านเรือนรวมเป็นชุมชนอยู่อย่างถาวรในที่ราบลุ่มบนเนินตามริมฝั่งแม่น้ำและลำน้ำต่าง


ที่มา    http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK18/chapter1/t18-1-l1.htm

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น