ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในฐานะของแหล่งพลังงานที่สำคัญเช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน โดยไขมันให้พลังงานถึง 9 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม ซึ่งมากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน, ไขมันมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตช่วยในการละลายวิตามินที่มีประโยชน์ต่อกระดูกและร่างกาย (A, D, E) นอกจากหน้าที่ต่อร่างกายแล้ว ไขมันยังมีส่วนสำคัญในด้านเนื้อสัมผัส กลิ่มรส ความชุ่มเนื้อ และรสชาติของอาหารอีกด้วย โดยไขมันจะมีองค์ประกอบที่สำคัญคือกรดไขมัน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ กรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไม่อิ่มตัว
Trans fat หรือที่เรียกชื่อเต็มๆว่า Trans fatty acid เป็นกรดไขมันชนิดหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่กล่าวถึงมากในหมู่นักวิชาการด้านอาหาร เนื่องจากองค์การอนามัยโลกประกาศจำกัดการบริโภค Trans fat ให้น้อยกว่าร้อยละ1 ของพลังงานที่ร่างกายต้องการ และหน่วยงานด้านอาหารและยาในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ได้ออกกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตอาหารแสดงปริมาณ Trans fat บนฉลากโภชนาการเพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภคตัดสินใจที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
Trans fat โด่งดังอีกครั้งเมื่อมีการศึกษาวิจัยโดยการสุ่มเนื้อเยื่อไขมันของผู้ตายด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมาทำการวิเคราะห์ พบว่ามีความเข้มข้นของ Trans fat ในปริมาณสูง และมีการค้นพบต่อว่าการรับประทานกรดไขมันชนิดนี้เป็นเวลานาน จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับคอเลสเตอร์รอลในเลือด โดยจะทำให้ระดับ LDL ซึ่งเป็นคอเลสเตอร์รอลตัวอันตราย เพิ่มสูงขึ้นเป็นอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด ในขณะเดียวกันยังไปลด HDL คอเลสเตอร์รอลตัวที่ปกป้องหัวใจและหลอดเลือดหัวใจด้วย การรับประทานอาหารที่มี Trans fat จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจสูง มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ Trans fat และโรคหลอดเลือดหัวใจหลายที่ ตัวอย่างเช่นที่ประเทศเกาหลี ได้มีการศึกษาผลกระทบของน้ำมันตับปลา shortening และน้ำมันถั่วเหลือง ที่ส่งผลต่อหลอดเลือดหัวใจของหนู พบว่าน้ำมันตับปลาและ shortening ให้ผลที่ตรงกันข้ามกัน โดยหนูที่กินอาหารผสมน้ำมันตับปลาจะมีผนังหลอดเลือดที่บางกว่าหนูที่เลี้ยงด้วยอาหารที่ผสม shortening และน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งความบางของหลอดเลือดนี้จะมีความสัมพันธ์ทางบวกกับคอเลสเตอร์รอลรวมและไตรกลีเซอร์ไรด์ แต่จะมีความสัมพันธ์ทางลบกับ EPA และ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย จากผลการศึกษาสามารสรุปได้ว่าการรับประทานน้ำมันตับปลามีส่วนช่วยลดการเกาะของไขมันบริเวณหลอดเลือด
นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยอีกหลายสถาบันที่แสดงให้เห็นถึงผลร้ายที่เกิดจากการรับประทาน Trans Fat เข้าสู่ร่างกาย ดังนี้
-การได้รับพลังงานจากไขมันใน Trans fat เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ทำให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 25
-การรับประทาน Trans fat แค่ร้อยละ 2 มีผลเสี่ยงต่อร่างกายเท่ากับการรับประทานไขมันอิ่มตัวจากสัตว์ถึงร้อยละ 15
-มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง จากการที่ Trans fat ไปแตกตัวที่ผนังเซลล์ของร่างกาย เปิดช่องให้สารก่อมะเร็งเข้าจู่โจมเซลล์ได้ง่ายขึ้น
-เพิ่มโอกาสการเป็นเบาหวาน อ้วนลงพุง ตับทำงานหนักเพิ่มขึ้น
-ผู้หญิงที่ได้รับ Trans fat มากมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านม และยังทำให้ตกไข่ยากขึ้น ทำให้มีบุตรยาก
เมื่อทราบถึงผลอันร้ายกาจของ Trans fat ซึ่งมีอยู่ในอาหารอร่อยหลากหลายชนิดแล้ว พวกเรานักบริโภคต้องย้อนถามตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่พวกเรานักบริโภคที่ชื่นชอบการบริโภคแต่ของอร่อยต้องจำเป็นต้องลด ละ และเลิก อาหารที่มีส่วนประกอบของ Trans fat และหันมาดูแลสุขภาพตัวเอง ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบทั้ง 5 หมู่ ถึงแม้ว่าจะมีความสุขในการกินน้อยลงที่ไม่ได้รับประทานของอร่อยเหมือนเดิม แต่จะมีความสุขที่มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเป็นความสุขที่มนุษย์ทุกคนต้องการ
ที่มา http://www.vcharkarn.com/varticle/41558
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น