ความหนาแน่น = จำนวนประชากร หารด้วย จำนวนพื้นที่
*จังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศไทย ใน 10 อันดับได้แก่
กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ภูเก็ต ปทุมธานี นครปฐม อ่างทอง และปัตตานี
*จังหวัดที่มีประชากรเบาบางที่สุดของประเทศ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี น่าน ระนอง
ความหนาแน่นประชากรในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย
ภาคกลางเป็นภาคที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันตก ตามลำดับ
การกระจายตัวของประชากรไทย
หมายถึง ลักษณะการตั้งถิ่นฐานของประชากรในอาณาเขตบริเวณหนึ่ง ๆ ว่ามีประชาชนอาศัยอยู่ตามลักษณะภูมิศาสตร์หรือตามภาคการปกครองอย่างไร
ปัจจัยที่กำหนดการกระจายตัวของประชากรไทย
ปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่
1. ลักษณะภูมิประเทศ เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกระจายตัวของประชากรมาก ถ้าเป็นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำหรือที่ราบ การตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวของประชากรจะอยู่อย่างหนาแน่น แต่ถ้าเป็นลักษณะที่เป็นภูเขาหรือที่ราบสูง การตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวของประชากรจะอยู่อย่างเบาบาง
2. ลักษณะภูมิอากาศ เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกระจายตัวของประชากร บริเวณที่มีลักษณะภูมิอากาศอบอุ่น จะพบว่าการกระจายตัวและการตั้งถิ่นฐานของประชากรจะมีอยู่อย่างหนาแน่น แต่ถ้าเป็นลักษณะภูมิอากาศแบบแห้งแล้ง ชุ่มชื้นตลอดทั้งปี จะพบว่าการกระจายตัวและการตั้งถิ่นฐานของประชากรมีอยู่อย่างเบาบาง
3. ทรัพยากรธรรมชาติ มีอิทธิพลต่อการตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวของประชากร บริเวณที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ จะพบว่ามีการตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวของประชากรอย่างหนาแน่น ส่วนบริเวณที่มีทรัพยากรธรรมชาติไม่อุดมสมบูรณ์ จะพบว่าการตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวของประชากรอยู่อย่างเบาบาง
ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
เช่น บริเวณที่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองหรือการปกครอง เมืองหลวงของประเทศ หรือเป็นย่านนิคมอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะเป็นจุดรวมของประชากรและการตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น เพราะเป็นแหล่งแรงงานที่สำคัญ ส่งผลให้เกิดการอพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานมากขึ้น
ลักษณะการกระจายตัวของประชากรในภูมิภาคต่าง ๆ
การกระจายตัวของประชากรไทยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างดังกล่าวมาแล้ว โดยสรุปบริเวณที่มีการตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวของประชากรอยู่อย่างหนาแน่น จะพบว่าในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันออกไป -ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีการกระจายตัวอย่างหนาแน่นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ -ภาคเหนือจะมีการกระจายตัวหนาแน่นบริเวณที่ราบหุบเขา -ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีการกระจายตัวของประชากรอย่างหนาแน่นบริเวณที่ราบชายฝั่งทะเลส่วนมาก
เนื่องจากบริเวณดัง กล่าวเป็นที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่อการประกอบอาชีพและมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบเหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานของประชากร
โครงสร้างของประชากรไทย
1. อายุ แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้
- ประชากรวัยเด็ก อายุระหว่าง 1 - 14 ปี มีประมาณร้อยละ 28.02 ของประชากรรวมทั้งหมดของประเทศ
- ประชากรวัยทำงาน อายุระหว่าง 15 - 60 ปี มีประมาณร้อยละ 63.71 ของประชากรรวมทั้งหมดของประเทศ
- ประชากรวัยชรา อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีประมาณร้อยละ 8.47 ของประชากรรวมทั้งหมดของประเทศ
2. เพศ แบ่งเป็นเพศชายและเพศหญิง สถานภาพสตรีในสังคมมีโอกาสทัดเทียมกับเพศชายได้ เช่น เรื่องการประกอบอาชีพ เป็นต้น
3. เชื้อชาติประชากรไทยประกอบด้วยเชื้อชาติไทยเป็นส่วนมาก ที่เหลือเป็นเชื้อชาติจีน ชาวเขาเผาต่าง ๆ ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังพบปัญหาการลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น เช่น ชาวลาว เวียดนาม กัมพูชา และพม่า
4. ศาสนา ประชากรไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธประมาณร้อยละ 95 ที่เหลือศาสนาคริสต์และอิสลาม
5. ภาษา ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยกลาง และภาษาถิ่นตามภาคต่าง ๆ ยกเว้นภาคใต้มีภาษายาวีใน 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส
ปัญหาประชากรไทยปัจจุบัน
1.ปัญหาการเพิ่มจำนวนประชากร
ประเทศไทยเคยประสบปัญหาการเพิ่มจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย ต่อการพัฒนาประเทศ เช่น ด้านการแพทย์ การศึกษา เศรษฐกิจและสังคม จนต้องมีการวางแผนการคุมกำเนิด เพื่อลดอัตราการเพิ่มของจำนวนประชากร นโยบายการควบคุมอัตราการเพิ่มประชากรถูกกำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515 - 2519) ให้ลดเหลือเพียงร้อยละ 1.2 ต่อปี และจะเห็นได้ว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ คือจะมีประชากรวัย ทำงานมากขึ้น และมีวัยเด็กลดลง และวัยสูงอายุเพิ่มขึ้น
2. ปัญหาการอพยพย้ายถิ่นของประชากรไทย
การดำรงชีวิตของประชากรขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่เอื้ออำนวย แต่ถ้าเกิดฝนแล้ง ขาดแคลนอาหาร ไม่มีงานทำ ค่าจ้างแรงงานต่ำ จะเป็นเหตุให้ประชากรอพยพย้ายถิ่นเข้าไปในเขตเมืองหรือชุมชนที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทันที จึงก่อให้เกิดปัญหาทั้งต้นทาง และปัญหาปลายทางที่อพยพต่าง ๆ ดังนี้
ปัญหาต้นทาง ได้แก่
- ขาดแคลนแรงงานวัยหนุ่มสาว
- ขาดการพัฒนาชนบท
- ขาดผู้สืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น
- ชนบทเงียบเหงา มีเฉพาะวัยเด็กและวัยชรา
ปัญหาปลายทาง ได้แก่
- เกิดปัญหาชุมชนแออัด
- เกิดปัญหาคนจรจัด
- เกิดปัญหาจราจรติดขัด
- เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เช่น อากาศ เสียง ขยะมูลฝอย เป็นต้น
- เกิดปัญหาอาชญากรรม
- เกิดปัญหายาเสพย์ติด
- เกิดปัญหาความเครียดทางจิตใจ
- เกิดปัญหาการบริการทางสังคมไม่ทั่วถึง
3. ปัญหาผู้สูงอายุในสังคมไทย
ความสามารถในการลดอัตราการเกิดและการตายให้ต่ำลง ประกอบกับอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประชากรวัยสูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงก่อให้เกิดปัญหาตามมา ได้แก่ ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการเอาใจใส่และดูแลเท่าที่ควร ปัญหาด้านสุขภาพที่เสื่อมโทรมของผู้สูงอายุ และปัญหาทางเศรษฐกิจ และสังคม เป็นต้น
4. ปัญหาด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรส่งผลให้มีการใช้ทรัพยากรมากขึ้น ทั้งทางด้านที่ดิน ป่าไม้ น้ำ น้ำมันเชื้อเพลิง และแร่ธาตุ นอกจากนี้ประชากรสมัยใหม่ยังมีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมีส่วนทำให้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายลงได้อย่างรวดเร็ว
การอพยพย้ายถิ่นของประชากรเข้าสู่เมืองหรือชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ส่งผลให้เกิดปัญหาชุมชนแออัด การจราจร ติดขัด อากาศเสีย น้ำเสีย การตัดไม้ทำลายป่า การพังทลายของดิน เป็นต้น
ที่มา http://www.lks.ac.th/kukiat/student/betterroyal/social/26.html
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น